Username :
Password :
Remember my login
Register  |  Forget Password
 
 
เกียรติคนศิลปากร
ในปี พ.ศ. ๒๕๔๘  ที่ผ่านไป  คณะอนุกรรมการฝ่ายรางวัลเกียรติคุณ ๑๐๐ ปี  ศรีบูรพาในคณะกรรมการอำนวยการจัดงาน ๑๐๐ ปี  ศรีบูรพา (กุหลาบ  สายประดิษฐ์)  ได้มีพิธีมอบรางวัลเกียรติคุณ ๑๐๐ ปี  ศรีบูรพา แก่บุคคลที่มีแนวคิดเชิงอุดมคติซึ่งอุทิศตนเพื่อส่วนรวมเช่นเดียวกับ  ศรีบูรพา  หรือ  นายกุหลาบ  สายประดิษฐ์  ซึ่งเป็นนักคิดที่มีอุดมคติ  เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว  มีความสามารถและมีความตั้งใจจริงในการสร้างสรรค์ผลงานวรรณศิลป์  ทั้งยังมีความแข็งแกร่งทางจิตใจของนักหนังสือพิมพ์  รวมทั้งเป็นนักสู้เพื่อสันติภาพอย่างแท้จริง  โดยรางวัลเกียรติคุณ  ๑๐๐  ปี  ศรีบูรพานี้มอบให้กับบุคคลที่เป็นคนดี  มีจิตใจเสียสละให้กับสังคม  ทั้งยังเป็นการสร้างบุคคลแบบอย่าง  อันจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการดำเนินชีวิตที่มีคุณภาพ  เกิดประโยชน์แก่บุคคลอื่น  และเป็นประโยชน์แก่สังคมในที่สุด

หลังจากทางคณะกรรมการฯ กำหนดให้มีการสรรหาโดยการเสนอของชื่อบุคคล  องค์กรและสื่อต่างๆ  ผ่านคณะอนุกรรมการฝ่ายรางวัลเกียรติคุณ ๑๐๐ ปี  ศรีบูรพา  เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการการตัดสิน  โดยใช้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเสนอชื่อ  ดังต่อไปนี้

๑.       เป็นผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่

๒.     เป็นผู้ที่มีแนวคิด และการดำเนินชีวิตจามแนวทางของนายกุหลาบ  สายประดิษฐ์  ตามสาขานั้นๆ

๓.     ชื่อเสียงและเกียรติคุณตามแนวทางนายกุหลาบ  สายประดิษฐ์ในสาขานั้นๆ  เป็นที่ประจักษ์  ต่อสาธารณชน

ในที่สุดจึงมีมติมอบรางวัลใน ๓  สาขา  ดังต่อไปนี้

๑.     สาขานักคิด – นักเขียน

๒.      สาขานักหนังสือพิมพ์

๓.      สาขานักต่อสู้เพื่อสันติภาพ

 

สาขานักหนังสือพิมพ์

ได้แก่  ขรรค์ชัย  บุนปาน  เกิดเมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๔๘๗  ที่ จ.ราชบุรี บิดาชื่อ ไข่ รับราชการเป็นครู  มารดาชื่อ ชูศรี (จะกรุดแก้ว)  ประกอบอาชีพค้าขาย   ปีต่อมาย้ายตามบิดา  ซึ่งไปเป็นศึกษาธิการอำเภอ  อำเภอบางขุนเทียน  จนจบชั้นประถม ๔  จากโรงเรียนวัดหนังราชวรวิหาร  จบมัธยมศึกษาปีที่ ๖  จาก              โรงเรียนวัดราชโอรสาราม  และไปเรียนต่อชั้นมัธยมปีที่ ๗-๘  ที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ  (ที่นี่  เขาได้พบและรู้จักกับ สุจิตต์  วงษ์เทศ ซึ่งต่อมาร่วมคิดร่วมเขียนและร่วมทำหนังสือมาด้วยกันจนได้รับฉายาร่วมกันว่า “สองกุมารสยาม”) หลังสอบตก ม.๗  ได้ย้ายมาเรียนต่อที่วิทยาลัยครูสวนสุนันทา  อายุครบ ๒๐ ปี  อุปสมบทที่วัดราชโอรสาราม  หลังลาสิกขาได้สอบเรียนต่อที่คณะโบราณคดี  มหาวิทยาลัยศิลปากร  ระหว่างเรียนเริ่มมีผลงานพิมพ์ร่วมเล่มร่วมกับ  สุจิตต์  วงษ์เทศ  ทั้งบทกวีและเรื่องสั้น และทั้งคู่ได้จัดทำนิตยสาร  ช่อฟ้า  รายเดือน  ของมูลนิธิอภิธรรมวัดมหาธาตุ  ซึ่งต่อมากลายเป็นแหล่งชุมนุมของ                  “กลุ่มหนุ่มเหน้าสาวสวย”  หนึ่งในกลุ่มปัญญาชน  นักคิด  นักเขียนในช่วงยุคก่อน ๑๔  ตุลาคม  ๒๕๑๖

                หลังจบการศึกษา  ได้รับราชการเป็นครู ที่โรงเรียนมาแตร์เดอีระยะหนึ่ง  ก่อนจะย้ายมาทำงานที่ห้างเซ็นทรัล  และเริ่มการทำงานสายวิชาชีพหนังสือพิมพ์ที่  สยามรัฐ  ซึ่งสุจิตต์  วงษ์เทศได้เข้าไปทำงานอยู่ก่อนแล้ว  ทำได้ ๓ ปี  ก็ถูกไล่ออกพร้อมกัน  กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานหนังสือพิมพ์อย่าง          หนักแน่นมั่นคง   โดยระดมทุนจัดตั้งโรงพิมพ์พิฆเนศขึ้น ต่อมา  หลังเหตุการณ์  ๑๔  ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้ร่วมกันออกหนังสือพิมพ์ประชาชาติรายสัปดาห์  ในนาม เดอะเนชั่น  ของ สุทธิชัย หยุ่น  ตามติดมาด้วย ประชาชาติรายวัน  จนกระทั่งต้องหยุดไปเพราะเกิดเหตุการณ์ ๖  ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑  ครั้นสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย  จึงได้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์มติชนขึ้น โดยออกเป็นรายวัน และรายสัปดาห์  ปัจจุบันได้ขยายกิจการเป็นบริษัทสิ่งพิมพ์ขนาดใหญ่ในชื่อ  บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน)  นอกจากนี้  ขรรค์ชัย    บุนปานยังมีผลงานรวมเล่มของตนเองหลายเล่ม  เช่น ชานหมากนอกกระโถน  เศรษฐศาสตร์ข้างถนน  หนี  นานาสังวาส  ประดับไว้ในโลกา  ฟ้าแล่บแปล๊บเดียว เป็นต้น

       ในการนี้สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยศิลปากร  ขอแสดงความยินดีไว้ในโอกาสนี้ด้วย

 
 
Copyright © 2005 สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยศิลปากร All rights reserved.
Development by Siamcybersoft Co., Ltd.